ธปท. ภาคเหนือ แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ไตรมาสที่ 3 ปี 2569

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ โดยคุณณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ แถลงข่าว “ภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ไตรมาสที่ 3 ปี 2569” มีรายละเอียด ดังนี้

เศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาสที่ 3 ปี 2569 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน จากแรงสนับสนุนของมาตรการภาครัฐ ทั้งโครงการไทยช่วยไทยพลัสและการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้การบริโภคขยายตัว ตามการใช้จ่ายหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบกับหมวดยานยนต์โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าขยายตัว และหมวดบริการขยายตัวสอดคล้องกับการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การบริโภคโดยรวมยังถูกกดดันจากค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง การท่องเที่ยวขยายตัว ตามจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ประกอบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนเพิ่มขึ้นในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ทำให้รายรับผู้เยี่ยมเยือนโดยรวมขยายตัว รายได้เกษตรกรขยายตัว ตามราคาข้าวเปลือกและลำไย เพราะผลผลิตน้อยกว่าปีก่อน รวมทั้งราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัว ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ภาคอุตสาหกรรมทรงตัว โดยการผลิตหมวดอาหาร เครื่องดื่ม สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มหดตัว อย่างไรก็ดี หมวดชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์อโลหะเพิ่มขึ้น ส่วนการลงทุนภาคเอกชนหดตัวเล็กน้อย ตามหมวดก่อสร้าง หลังช่วงก่อนหน้ามีการเร่งซื้อวัสดุก่อสร้างเพราะกังวลว่าราคาจะปรับขึ้นตามต้นทุนพลังงาน ขณะที่หมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ขยายตัว ตามการลงทุนของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

แนวโน้มเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาสที่ 4 ปี 2569 คาดว่าหดตัวเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ตามเม็ดเงินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ลดลง ประกอบกับผลผลิตเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปลดลงจากภาวะเอลนีโญ อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวขยายตัวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว รายได้เกษตรกรขยายตัวตามราคาพืชสำคัญ การลงทุนทรงตัว โดยขยายตัวในกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่หมวดก่อสร้างยังหดตัว ทั้งนี้ ต้องติดตาม (1) ผลกระทบจากค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง (2) ความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ และ (3) สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์ (1) การขยายเกณฑ์คุมธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อ ป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นช่องทางกระทำผิดกฎหมาย โดยครอบคลุมการถอนเงินสด การขึ้นเช็คไม่ขีดคร่อม การฝากเงินสด/ฝากเช็ค การซื้อขาย/แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การรับแลกธนบัตรบาท และการชำระค่าเบี้ยประกัน/ผลิตภัณฑ์การลงทุนด้วยเงินสด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 (2) ธปท. ไม่มีนโยบายออกใบอนุญาตให้แก่บุคคลหรือโบรกเกอร์ในการประกอบธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) หรือให้บริการรับ-ส่งเงินเพื่อชำระธุรกรรม Forex ในประเทศไทย การชักชวนให้ลงทุน การเปิดให้บริการ หรือการทำธุรกรรม Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำและปรับ สามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1213 (3) “แอปแบงก์ชาติ” ซึ่งช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงบริการของ ธปท. ได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยมากขึ้น เช่น เข้าร่วมมาตรการต่าง ๆ ของ ธปท. เป็นเครื่องมือช่วยวางแผนทางการเงิน เป็นเกราะป้องกันภัยทางการเงิน และอัปเดตข้อมูลการเงินรายวัน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar