ผู้ตรวจการแผ่นดิน ประชุมคลี่คลายปัญหาถนนเชื่อมต่อระหว่างอำเภอแจ้ห่มและอำเภองาว จังหวัดลำปาง ระยะทางกว่า 52 กิโลเมตร

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เพื่อติดตามและคลี่คลายปัญหาทางสัญจรของชุมชนพื้นที่สูงในเขตพื้นที่ป่าไม้บนภูเขา ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักที่ชาวตำบลปงดอน จำนวน 3 หมู่บ้าน ที่ใช้ร่วมกันมายาวนานกว่า 80 ปี ปัจจุบันถนนเป็นหลุม -บ่อ อันตรายและเสี่ยงชีวิต โดยเฉพาะฤดูฝน กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนกว่า 300 ครัวเรือน

ในการนี้ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายวทัญญู ทิพยมณฑา ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายเมธี มั่นคง รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางนวพร จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 2 และคณะ ได้ประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ กรณีการก่อสร้างและปรับปรุงถนนสาธารณะในเขตพื้นที่ป่าไม้ เป็นเหตุให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพ ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีนายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) อำเภอแจ้ห่ม และองค์การบริหารส่วนตำบลปงดอน ณ ห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง รวมทั้ง หน่วยงานส่วนกลางเข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยว่า สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านเปียงใจ หมู่ที่ 5 บ้านแม่ตาสามัคคี และหมู่ที่ 8 บ้านเลาสู ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เกี่ยวกับการก่อสร้างและปรับปรุงถนนสาธารณะในเขตพื้นที่ป่าไม้ โดยสภาพถนนสาธารณะนั้น เป็นเส้นทางหลักเพียงเส้นทางเดียวที่ใช้ร่วมกันในการเดินทางเข้า–ออกหมู่บ้านมายาวนานกว่า 80 ปี เป็นถนนดินลูกรัง มีสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เกิดหลุมบ่อ น้ำขัง และโคลน ทำให้การสัญจรไปยังตลาด โรงเรียน โรงพยาบาล และที่ว่าการอำเภอแจ้ห่ม เป็นไปด้วยความยากลำบาก และในช่วงฤดูแล้งมีฝุ่นเป็นจำนวนมากส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่มาเป็นระยะเวลายาวนาน แม้จะเคยยื่นขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ประสานจังหวัดลำปาง ทราบว่าการปรับปรุงถนนสาธารณะในพื้นที่ทั้ง 3 หมู่บ้าน ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้นั้นอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ้ฟ้าและป่าแม่โป่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ต้องขออนุญาตตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 โดยให้ อบต.ปงดอน จัดส่งรายละเอียดโครงการไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) เพื่อดำเนินการขออนุญาตตามขั้นตอนของกฎหมาย และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วให้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางซึ่งได้ลงพื้นที่สำรวจและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่แล้ว พร้อมทั้งมอบแบบแปลนการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กให้แก่ อบต.ปงดอน เพื่อใช้ประกอบการยื่นขออนุญาตก่อสร้างต่อสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) รวมทั้งได้จัดทำรายงานสภาพผืนป่าเสนอให้กรมป่าไม้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ที่ผ่านมาสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ติดตามและประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ร้องเรียน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาถนนในเขตพื้นที่ป่าไม้ซึ่งมีความจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ผ่อนผันให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้ยื่นคำขออนุญาตที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมและบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้าง สามารถขอรับงบประมาณและเข้าไปดำเนินการได้ ซึ่งถนนสายดังกล่าวมีระยะทางรวม 52 กิโลเมตร และมีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวน 336 ครัวเรือน ประชากรกว่า 800 คน เบื้องต้นมีแนวทางแก้ไขปัญหาเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ให้องค์การบริหารส่วนตำบลปงดอนได้จัดสรรงบประมาณเงินสะสมด้านโยธาธิการ ปรับปรุงถนนในจุดที่ชำรุดเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ ซึ่งจะมีการปรับปรุงซ่อมแซมในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้

และระยะยาว ให้องค์การบริหารส่วนตำบลปงดอนยื่นขอขึ้นทะเบียนถนนเส้นดังกล่าวเป็นทางหลวงท้องถิ่นประกอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง พร้อมทั้งรวบรวมเอกสารเพื่อขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกรมทางหลวงชนบท

สำหรับการแก้ปัญหาระยะสั้นในปี 2569 จะซ่อมแซมถนนเป็นจุดๆโดย 3 จุดที่เป็นปัญหาโดยมีการปรับผิวจราจรใช้งบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ ในส่วนของการทำถนนถาวรระยะทาง 52 กิโลเมตรซึ่งคาบเกี่ยวกับอำเภอแจ้ห่มและอำเภอ งาว จะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียน ทางหลวงท้องถิ่น เพื่อจะสามารถนำงบประมาณมาดูแล สนับสนุนและซ่อมแซมได้ โดยจะมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ศูนย์ดำรงธรรมและทั้งอำเภอแจ้ห่มและอำเภองาวร่วมเป็นเจ้าภาพ ขับเคลื่อน โดยให้จัดการประชุมติดตามการดำเนินงานทุกระยะ ทั้ง 52 กิโลเมตร จะต้องมีเจ้าภาพดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จจะเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งเรื่องของการสัญจร การขนย้ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรซึ่งในพื้นที่มีทั้งต้มและกาแฟรวมทั้งพืชผลที่เป็นเฉพาะพื้นที่อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกและอื่นๆเพื่อสนับสนุนให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่

ในการประชุมดังกล่าวมีตัวแทนชาวบ้านและผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้าร่วมประชุมได้กล่าวขอบคุณผู้ตรวจการแผ่นดินและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากการดำเนินการแล้วเสร็จจะเป็นการแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้เป็นอย่างดี


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar